ReadyPlanet.com
SP01.เตรียมตัวไปเที่ยวสิงคโปร์ แบบไม่ง้อทัวร์ ต้องรู้อะไรบ้าง

 

**ขอสงวนสิทธิ์รูปภาพและบทความภายในเว็บไซต์ ห้ามนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต **

 

(ข้อมูลจากคู่มือเที่ยวตามใจชอบ สิงคโปร์ 2011-2012)

แบ่งปัน

เช็คสภาพอากาศก่อนเดินทาง
สิงคโปร์มีอากาศคล้ายกับทางตอนใต้ของเมืองไทย อากาศโดยรวมไม่แตกต่างกันมากนัก (คือร้อนนะครับ ยกเว้นว่าช่วงฤดูหนาวอาจจะร้อนน้อยหน่อย) ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเที่ยวได้ทุกฤดูกาล ทั้งนี้ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะจะมีมรสุมในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม (ฝนตกเยอะ) ขณะที่ด้านตะวันตกเฉียงใต้จะมีมรสุมในช่วงเดือนพฤษภาคม-กันยายน (ฝนตกน้อย)

ส่วนเสื้อผ้าไม่ว่าจะฤดูไหนควรเลือกแบบโปร่งสบาย เพราะจะช่วยคลายร้อนได้ดีครับ นอกจากนี้ก็ควรพกร่มแบบพับได้ติดตัวไปด้วย เพื่อป้องกันฝนฤดูร้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แถมอีกนิด...ก่อนจะวางแผนมาเที่ยว ให้ดูว่าช่วงที่มาตรงกับเทศกาลอะไรบ้าง จะได้สนุกสุดๆ กับทริปสิงคโปร์

สายการบินที่น่าสนใจ
สำหรับสายการบินต้นทุนต่ำที่ให้บริการไป-กลับกรุงเทพฯ-สิงคโปร์ ปัจจุบันเปิดให้บริการ 3 สายการบิน โดยสายการบินแรกที่ผมอยากแนะนำคือ สายการบิน Thai Air Asia ซึ่งมีเที่ยวบินตั้งแต่เช้าตรู่และกลับดึกๆ เลย สนนราคาไม่แพง ถ้าช่วงปกติก็อยู่ราวๆ 5,000 กว่าบาท

สายการบินต่อมาคือ Jet Star Asia ซึ่งเป็นสายการบินภายใต้การดูแลของ Qantas Air จากประเทศออสเตรเลีย โดยสายการบินนี้จะแตกต่างจากสายการบินต้นทุนต่ำทั่วไปตรงที่จะระบุที่นั่งแน่นอน แถมมีอาหารและเครื่องดื่มให้บริการด้วย ส่วนเวลาบินใช้ได้ แต่มีให้เลือกเพียง 2 เที่ยวเท่านั้น สุดท้ายสายการบิน Tiger Airways โลว์คอสต์สัญชาติสิงคโปร์ที่ให้บริการวันละ 2 เที่ยว แต่ราคาเกือบจะสูสีกับ Air Asia แถมเวลาก็ไม่ขี้เหร่ด้วย หากได้โปรโมชันดีๆ การเลือกเดินทางด้วยสายการบินนี้ก็น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

 


ข้อมูลที่ควรรู้
  • วีซ่า
    สิงคโปร์เป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนไทยสามารถเดินทางเข้าไปได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า เพราะเป็นประเทศภาคีกันเมื่อในอดีต ซึ่งการเข้าประเทศแต่ละครั้งจะอยู่ได้ไม่เกิน 14 วัน แต่ถ้าคุณต้องการขอวีซ่าไม่ว่าจะเป็นการเรียนต่อหรือทำงาน ก็สามารถทำเรื่องได้ที่สถานเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทยถนนสาทร
  • เงินทองต้องรู้
    ค่าเงินของสิงคโปร์จะมีหน่วยเรียกเป็นดอลลาร์สิงคโปร์ (S$) ส่วนหน่วยย่อยๆ ก็เรียกเป็นเซนต์ (Cent) แบ่งเป็นธนบัตรตามอัตราราคาดังนี้ S$2, S$5, S$10, S$20, S$50, S$100, S$500, S$1,000, S$10,000 และเหรียญกษาปณ์ตามอัตราดังนี้ 1, 5, 10, 20, 50 Cent และ S$1 โดยปัจจุบันอัตราแลกเปลี่ยน S$1 จะเท่ากับประมาณ 24 บาท ทั้งนี้เวลาแลกเงินควรบอกเจ้าหน้าที่ว่าขอแบงก์ย่อยด้วย จะได้จับจ่ายได้สะดวก
  • โทรศัพท์
    ถ้าเอาสะดวกสุดคงต้องใช้บริการ M Simcard ซิมที่สามารถใช้ได้กับมือถือทุกระบบ โดยผู้ที่ใช้บริการไม่ต้องไปเปิด Roaming ต่างแดนให้เสียเวลา (แค่ใส่ซิมที่มือถือของเราก็สามารถใช้โทร.ภายในสิงคโปร์และโทร.กลับมาเมืองไทยได้ทันที) ซึ่งซิมจะมีอายุการใช้งานนานถึง 6 เดือน และสามารถหาซื้อได้จากร้านที่จำหน่ายในเมืองไทยในราคาเพียง 690 บาทเท่านั้น
  • ไฟฟ้า
    ถึงประเทศสิงคโปร์จะใช้ไฟฟ้า 220-240 โวลต์เหมือนบ้านเรา แต่ปลั๊กไฟของที่นี่จะเป็นแบบ 3 ขาเหลี่ยม ดังนั้น หากอุปกรณ์ไฟฟ้าของเราไม่ใช่แบบ 3 ขาเหลี่ยม ก็ต้องหาซื้อตัวแปลงไปด้วย (ตามห้างสรรพสินค้าแผนกไฟฟ้า)
  • เวลาทำการ
    สำหรับเวลาเปิด-ปิดของธนาคารนั้นจะอยู่ที่เวลา 08.30-16.30 น. (วันจันทร์-ศุกร์ แต่บางที่ก็เป็น 11.00-17.00 น.) และ 08.30-13.00 น. (เฉพาะวันเสาร์ บางแห่งเปิดถึงเวลา 15.00 น. และบางแห่งไม่รับแลกเงินในวันนี้) ส่วนร้านค้าทั่วไปจะเริ่มเปิดตั้งแต่เวลา 09.00-21.00 น. (ขึ้นอยู่กับย่าน อย่างไชน่าทาวน์จะเปิดเช้าปิดค่ำครับ)
  • บัตร Ez-Link
    บัตรอัจฉริยะที่สามารถใช้ชำระค่าโดยสาร ทั้งรถไฟฟ้าและรถโดยสารประจำทางสายต่างๆ ทั้งยังสามารถใช้เป็นบัตรเงินสดใน 7-11 ได้ด้วย โดยการใช้นั้นระบบจะตัดยอดเงินจากบัตร ทำให้สะดวกและไม่ต้องพกเงินสดติดตัวเยอะ ที่สำคัญยังได้ส่วนลดที่ถูกกว่าปกติด้วย ซึ่งคุณสามารถซื้อบัตร Ez-Link ได้ที่เคาน์เตอร์ของสถานีรถไฟฟ้าในราคา S$15 (เป็นค่าบัตร S$5 ค่ามัดจำ S$3 และมูลค่าในบัตรอีก S$7) และสามารถเติมเงินได้ตามสถานีรถไฟฟ้าทั่วไป

 

            ·   บัตร The Singapore Tourist Pass 
            เดอะสิงคโปร์ทัวริสต์พาส (The Singapore Tourist Pass) เป็นบัตรเหมาจ่ายที่สามารถใช้บริการรถไฟฟ้าหรือรถโดยสารทั่วไปแบบไม่จำกัดจำนวนครั้งด้วย โดยมีให้เลือกทั้งแบบ 1, 2 หรือ 3 วัน และคิดราคา S$18, 26, 34 ตามลำดับ (เป็นค่ามัดจำบัตร S$ 10)

       

      

พักที่ไหนดี
ที่พักในสิงคโปร์มีให้เลือกหลายระดับ ตั้งแต่ที่พักระดับห้าดาวไปจนถึงไม่มีดาวอย่างเกสต์เฮาส์ ซึ่งราคาค่อนข้างสูงหากเทียบกับฮ่องกงหรือมาเลเซีย (ถ้ามีเรื่องทำเลที่ตั้ง คุณภาพ และฤดูกาลเข้ามาเกี่ยวอีก ราคาก็จะถีบตัวสูงเลย) โดยจากประสบการณ์ของผม หากคุณแค่จะใช้เป็นที่ซุกหัวนอน เก็บข้าวของให้ปลอดภัย ควรเลือกพวกเกสต์เฮาส์หรือโฮสเทลที่เดินทางสะดวก ปลอดภัย อยู่ในเมือง แต่ถ้ามีเงินทุน ติดความสบาย ก็เลือกพักโรงแรมตามย่านแหล่งท่องเที่ยวเลยครับ (ย่านที่นักท่องเที่ยวนิยมไปพัก ได้แก่ ไชน่าทาวน์ ออร์ชาร์ด ลิตเติลอินเดีย และเกลัง)
 

การคมนาคม
สำหรับการเดินทางภายในสิงคโปร์นั้น คุณสามารถเลือกใช้บริการระบบขนส่งมวลชนหลักๆ ได้ 3 ประเภท คือ
  • รถไฟฟ้า/Singapore Mass Rapid Transit (MRT)
    ระบบขนส่งที่คล้ายกับรถไฟใต้ดินบ้านเราและมีค่าโดยสารไม่แพง (อยู่ในช่วงราคา S$1-2. 10) โดยจะให้บริการตั้งแต่เวลา 05.30-00.06 น. สำหรับวันจันทร์-เสาร์ และ 05.59-00.06 สำหรับวันอาทิตย์และวันหยุดต่างๆ 
  • รถโดยสารประจำทาง (Bus)
    ระบบขนส่งมวลชนที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้รถไฟฟ้าเลย ซึ่งจะเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-24.00 น. โดยมีทั้งแบบรถธรรมดาและรถปรับอากาศ สนนราคาไม่แพง ตกเที่ยวละ S$0.90-2.35 เท่านั้น
  • แท็กซี่ (Taxis)
    มีให้เลือกตั้งแต่ระดับธรรมดาไปจนถึงระดับหรูอย่าง Limousines โดยราคาค่าโดยสาร 1 กิโลเมตรแรกเริ่มต้นที่ S$2.80 จากนั้นค่าโดยสารจะขึ้นอีก 10 เซนต์ทุกๆ 210 เมตร
เดินทางจากสนามบินเข้าสู่ตัวเมือง
การเดินทางจากสนามบินชางฮีเข้าสู่ย่านที่พักในสิงคโปร์นั้นค่อนข้างสะดวก และสามารถทำได้ 3 วิธี คือ
  • MRT (Singapore Mass Rapid Transit)
    การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเป็นการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว และนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมใช้กันมาก โดยสถานีรถไฟฟ้าจะตั้งอยู่ที่เทอร์มินัล 2 และ 3 ของสนามบินชางฮี ซึ่งจะเปิดให้บริการตั้งแต่ 05.31-00.06 น. สำหรับวันจันทร์-เสาร์ และ 05.59-00.06 สำหรับวันอาทิตย์และวันหยุดต่างๆ 
  • Airport Shuttle Service
    จะเป็นรถแม็กซีแค็บแบบ 9 ที่นั่ง วิ่งให้บริการระหว่างสนามบินไปยังโรงแรมเกือบทุกแห่งในเมือง (ยกเว้นโรงแรม Changi Village และโรงแรมบนเกาะเซ็นโตซ่า) ซึ่งคุณสามารถเลือกลงตรงปลายทางที่อยู่ภายในย่านธุรกิจ รวมถึงสถานีรถไฟฟ้าได้ด้วย โดยจะเปิดให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง และออกทุก 15 นาทีในช่วงเวลา 06.00-24.00 น. หลังจากนั้นจะออกวิ่งทุกๆ 30 นาที
  • รถเมล์สาธารณะ (Public Buses)
    วิธีนี้นับว่าเป็นวิธีที่ประหยัดที่สุดในการเดินทางเข้าเมือง แต่อาจจะใช้เวลานานสักนิด ซึ่งท่ารถจะตั้งอยู่ที่อาคาร 1 ชั้นใต้ดินชั้น 2 (Basement 2) และอาคาร 2 ชั้นใต้ดิน (Basement) โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00-24.00 น.

 

สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาสิงคโปร์ เที่ยว กิน ชอป ที่ไหนดี

คลิกดูรายละเอียด >> http://bit.ly/o942ab




ข้อมูลนักเดินทาง

LO15.สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวลาว เที่ยว กิน ชอป ที่ไหนดี article
LO16.เตรียมตัวไปเที่ยวลาว แบบไม่ง้อทัวร์ ต้องรู้อะไรบ้าง article
HK14.เตรียมตัวไปเที่ยวฮ่องกง แบบไม่ง้อทัวร์ ต้องรู้อะไรบ้าง
HK13.แหล่งเที่ยวน่าสนใจในฮ่องกง article
ID23.เที่ยวอินเดียไม่ง้อทัวร์ต้องรู้อะไรบ้าง
SP02.สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาสิงคโปร์ เที่ยว กิน ชอป ที่ไหนดี
LD03.เตรียมตัวไปเที่ยวลอนดอน แบบไม่ง้อทัวร์ ต้องรู้อะไรบ้าง
LD04.สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาลอนดอน เที่ยว กิน ชอป ที่ไหนดี
JP12.สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวญี่ปุ่น (โตเกียว) เที่ยว กิน ชอป ที่ไหนดี article
JP11.เตรียมตัวไปเที่ยวญี่ปุ่น แบบไม่ง้อทัวร์ ต้องรู้อะไรบ้าง article
NZ10.เตรียมตัวไปเที่ยวนิวซีแลนด์ แบบไม่ง้อทัวร์ ต้องรู้อะไรบ้าง
NZ09.สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวนิวซีแลนด์ เที่ยว กิน ชอป ที่ไหนดี
GM18.เที่ยว กิน ชอป ที่ไหนดีในเยอรมนี
GM17.เตรียมตัวไปเที่ยวเยอรมนีแบบไม่ง้อทัวร์ ต้องรู้อะไรบ้าง
สถานที่สำหรับติดต่อขอ VISA ของประเทศต่างๆ ในไทย
KO08.สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวเกาหลี เที่ยว กิน ชอป ที่ไหนดี article
KO07.เตรียมตัวไปเที่ยวเกาหลี แบบไม่ง้อทัวร์ ต้องรู้อะไรบ้าง article
การเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ article
PR06.สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาปารีส เที่ยว กิน ชอป ที่ไหนดี article
PR05.เตรียมตัวไปเที่ยวปารีส แบบไม่ง้อทัวร์ ต้องรู้อะไรบ้าง article
MC04.เตรียมตัวไปเที่ยวมาเก๊า แบบไม่ง้อทัวร์ ต้องรู้อะไรบ้าง
MC03.สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมามาเก๊า เที่ยว กิน ชอป ที่ไหนดี
SW02.เตรียมตัวไปเที่ยวสวิส แบบไม่ง้อทัวร์ ต้องรู้อะไรบ้าง
SW01.สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาสวิส เที่ยว กิน ชอป ที่ไหนดี



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
พูดคุยและสอบถามรายละเอียดต่างๆ กับทีมงานได้ทาง www.facebook.com/tibbook.fan
สำนักพิมพ์ ทิบ ไทย อินเตอร์ บุ๊ค 299/201 หมู่ 4 หมู่บ้านวิสต้าปาร์ค วิภาวดี ถนนวิภาวดี-รังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 **ขอสงวนสิทธิ์รูปภาพและบทความภายในเว็บไซต์ ห้ามนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต **