ReadyPlanet.com
ID23.เที่ยวอินเดียไม่ง้อทัวร์ต้องรู้อะไรบ้าง

 **ขอสงวนสิทธิ์รูปภาพและบทความภายในเว็บไซต์ ห้ามนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต **

 

(ข้อมูลจากเที่ยวไม่ง้อทัวร์ ตีตั๋วตะลุยอินเดีย)

 

 

เตรียมตัวไปเที่ยวอินเดีย แบบไม่ง้อทัวร์ ต้องรู้อะไรบ้าง

 

สำรวจสภาพอากาศ

รัฐราชสถานตั้งอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย และโชคดีที่ไม่อยู่ไกลจากกรุงเดลีและเมืองอักรา สภาพอากาศจึงไม่ต่างกันนัก สำหรับฤดูหลักๆ ของแถบนี้จะใกล้เคียงกับประเทศไทย โดยช่วงต้นเดือนตุลาคม-ปลายเดือนกุมภาพันธ์เป็นช่วงท่องเที่ยวของรัฐราชสถาน จึงมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม เนื่องจากมีเทศกาลเด่นๆ หลายงาน การท่องเที่ยวในช่วงนี้มีข้อเสียคือ หาที่พักได้ยากและต้องจ่ายในราคาสูงกว่าปกติ ฉะนั้นหากใครอยากเที่ยวในช่วงที่อากาศเย็นสบายและจ่ายราคาไม่แพงนัก นุ้ยแนะนำให้มาเดือนกุมภาพันธ์ที่นักท่องเที่ยวเริ่มซาลงแล้ว ส่วนใครที่วางแผนไปทัวร์ซาฟารีทะเลทราย ก็ไม่ควรมาหลังเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากเต๊นท์ต่างๆ ในทะเลทรายที่เมืองไจซัลแมร์จะปิดให้บริการ เพราะอากาศร้อนจัดแถมยังมีพายุทะเลทรายด้วย

 

 

สายการบินที่น่าสนใจ

สำหรับสายการบินที่ให้บริการในเส้นทางกรุงเทพฯ-เดลี นั้นมีให้เลือกอยู่หลายเจ้าด้วยกัน โดยมีสายการบินน่าสนใจดังนี้

1.    สายการบินไทย (Thai Airways) มีให้บริการ 2 เที่ยวบินต่อวัน ราคาตั๋วเครื่องบินอยู่ที่ประมาณ 9,000-16,000 บาท ซึ่งอาจจะสูงกว่าคู่แข่งพอสมควร แต่บางครั้งก็มีตั๋วราคาพิเศษในราคาประมาณ 12,000 บาท (รวมภาษีทุกอย่างแล้ว) มาให้เลือกด้วย

2. สายการบินคาเธย์แปซิฟิก(Cathay Pacific Airways) เพิ่งเปิดเที่ยวบินตรง ไปกลับกรุงเทพฯ-เดลี วันละ 1 เที่ยวบิน ราคารวมภาษีแล้วประมาณ 10,000 ต้นๆ เสียแต่ว่าเที่ยวบินขากลับดึกเกินไปหน่อย

3.    สายการบินแอร์อินเดีย (Air India) สายการบินแห่งชาติของอินเดีย ให้บริการไป-กลับวันละ 1 เที่ยวเท่านั้น ราคารวมภาษีแล้วประมาณ 10,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียวค่ะ

4.สายการบินแอร์เอเชีย (Air Asia) สายการบินโลว์คอสต์ที่เปิดให้บริการบินตรงเฉพาะวันจันทร์, พุธ, ศุกร์และอาทิตย์ แถมมีวันละ 1 เที่ยวบินเท่านั้น กระนั้นก็กระตุ้นความน่าสนใจด้วยค่าโดยสารไป-กลับไม่ถึง 10,000 บาท เสียแต่ว่าเที่ยวบินขาไปถึงดึกไปหน่อย

 

 

เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ควรรู้

วีซ่า

ก่อนเดินทางเข้าประเทศอินเดียทุกครั้ง นักท่องเที่ยวคนไทยเราจะต้องขอวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยว โดยขั้นตอนก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก เพียงแต่เตรียมเอกสารทุกอย่างให้ครบแล้วไปยื่นที่ ศูนย์รับคำขอวีซ่าประเทศอินเดีย บริษัทวีเอฟเอส (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับอนุญาตจากสถานทูตอินเดีย ให้เป็นผู้ดำเนินการตรวจรับเอกสารและค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า

โรงแรมที่พัก

ถึงแม้กรุงเดลีและเมืองต่างๆ ในรัฐราชสถานจะมีโรงแรมให้เลือกมากมาย แถมยังมีหลายระดับราคา แต่มาตรฐานก็ช่างต่างกันเหลือเกิน (โดยเฉพาะเรื่องความสะอาด) หากจะเดินทางไปเที่ยวจึงควรมองหาตัวเลือกไว้ในใจสัก 2-3 แห่ง หรือถ้าให้ดีก็จองล่วงหน้าไว้เลย ยิ่งถ้าเป็นในฤดูการท่องเที่ยว เกสต์เฮาส์หรือโรงแรมดีๆ ราคาย่อมเยาจะพากันเต็มหมด จึงไม่ขอแนะนำให้ไปเดินหาเอา (Walk In) ยกเว้นเมืองอุดัยปูร์และพุชคาร์เท่านั้น เพราะย่านที่นักท่องเที่ยวนิยมพักมีขนาดเล็กและเดินหาได้ง่าย

แลกเงินรูปี

สกุลเงินของอินเดียคือ “รูปี (Rupee)” มีตั้งแต่เหรียญ 1, 2, 5 และ 10 รูปี ส่วนธนบัตรมีฉบับละ 10, 20, 50, 100, 500 และ 1,000 รูปี โดยอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน (ปี ค.ศ. 2011) อยู่ที่ 1 บาท เท่ากับ 1.5 รูปี ทั้งนี้เงินบาทไทยจะมีมูลค่ามากกว่าเงินรูปีเล็กน้อย เทียบง่ายๆ คือ เงิน 1 ดอลลาร์สหรัฐ (USD) แลกเงินบาทได้ 30-32 บาท แต่แลกเงินรูปีได้ประมาณ 45 รูปี

บริการโทรศัพท์สาธารณะ (STD / ISD / PCO)

เนื่องจากในอินเดียไม่มีตู้โทรศัพท์แบบหยอดเหรียญ แต่โทรศัพท์สาธารณะที่นี่จะอยู่ตามเคาน์เตอร์ซึ่งให้บริการในร้านค้าทั่วไป หรือบางทีก็เป็นซุ้มที่มีตัวอักษรระบุชัดเจนว่า “STD ISD PCO” โดยสามารถใช้โทรได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และหลังจากโทรเสร็จเครื่องจะพิมพ์ใบเสร็จออกมาให้เลย สำหรับค่าโทรกลับเมืองไทยจะตกนาทีละประมาณ 10 รูปี (ประหยัดกว่าใช้โทรศัพท์ของโรงแรม) ส่วนขั้นตอนการโทรเริ่มจาก กด 00 ตามด้วยรหัสประเทศไทย 66 และหมายเลขที่ต้องการ (แต่ตัด 0 ตัวแรกออก) เช่น หากต้องการโทรไปยังโทรศัพท์มือถือหมายเลข 08-1234-5678 ให้กด 00 66 8 1234 5678

ปลั๊กไฟ อินเดียใช้ปลั๊กแบบหัวกลม 3 ขา และใช้ไฟฟ้า 220 โวลต์เหมือนบ้านเรา

สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาอินเดีย เที่ยว กิน ชอป ที่ไหนดี

 

 

เมืองท่องเที่ยวน่าสนใจ

กรุงเดลี (Delhi) คือเมืองหลวงของอินเดียที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี และเป็นที่ตั้งอดีตราชธานีของอินเดียมาแล้วถึง 8 สมัย โดยเราจะไปชมศูนย์กลางการปกครองประเทศในเขตเดลีใหม่ (New Delhi) และเที่ยวป้อมแดง (Red Fort) ซึ่งโบราณสถานที่มีชื่อเสียงที่สุดของกรุงเดลี ทั้งยังเป็นมรดกชิ้นสำคัญของจักรวรรดิโมกุลในยุครุ่งเรืองสุดขีด

 

 

เมืองอักรา (Agra) คือสถานที่ตั้งของทัชมาฮาล (Taj Mahal) อนุสรณ์แห่งความรัก ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีสถาปัตยกรรมงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นอกจากนี้ยังมีป้อมอักรา (Agra Fort) อดีตที่มั่นหลายร้อยปีของจักรวรรดิโมกุลอันยิ่งใหญ่ และเมืองร้างฟาเตท์ปูร์สิกรี (Fatehpur Sikri) ที่มีสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นเฉพาะตัวของพระราชวัง

เมืองจัยปูร์ (Jaipur) เมืองหลวงของรัฐราชสถานที่มีฉายาว่าเมืองสีชมพู ทั้งยังเป็นเมืองที่มีผังเมืองยอดเยี่ยมที่สุดของรัฐ สำหรับสถานที่น่าสนใจในเมืองนี้ได้แก่ป้อมแอมแมร์ (Amber Fort) อายุหลายร้อยปี, พระราชวังซิตีพาเลซ (City Palace), พระราชวังแห่งสายลมอันลือชื่อ (Hawa Mahal) นอกจากนี้ยังมีตลาดพื้นเมืองสีสันจัดจ้าน ที่ไม่ว่าใครต่างก็อยากจะขนซื้อสินค้ากลับบ้านแทบทุกอย่าง

 เมืองจ๊อดปูร์ (Jodhpur) สัมผัสเมืองสีฟ้าและป้อมเมห์รังการ์ (Mehrangarh) ที่ยิ่งใหญ่ นอกจากนี้ยังมีพระราชวังซึ่งมีสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายใน งดงามสมบูรณ์แบบที่สุดของรัฐราชสถานเลยทีเดียว

อาหารที่ต้องลอง

แกงถั่ว (ดาล / Dhal) เป็นอาหารที่สั่งกินได้ทั่วไปเหมือนข้าวแกงบ้านเรา มีลักษณะเป็นแกงถั่วซึ่งเคี่ยวกับเครื่องเทศอ่อนๆ จนเป็นเนื้อเดียวกัน (บางทีก็ยังมีเมล็ดถั่วให้เห็น) ส่วนรสชาติจะไม่เผ็ดและไม่เข้มข้นมาก ปกติชาวอินเดียจะกินดาลกับขนมปังอินเดียที่เรียกว่า “จาปาตี (Chapati)” หรือโรตี

 

แทนดูริ (Tandoori) เป็นอีกเมนูขึ้นชื่อของเอินเดีย ประกอบด้วยเนื้อสัตว์ที่หมักกับเครื่องเทศและโยเกิร์ตก่อนเอาไปย่างในโอ่ง แต่ถ้าเป็นเนื้อไก่ชิ้นๆ ไม่มีกระดูกเรียกว่า “ชิกเก้นติ้กก้า (Chicken Tikka)”

 

ทาลี (Thali) เป็นอาหารชุดที่ประกอบด้วยอาหารหลายๆ อย่างจัดไว้ในถาดเดียวกัน เป็นอาหารที่เห็นได้ทั่วไปในเมนูอาหารแทบทุกร้าน โดยเลือกได้ทั้งแบบมีเนื้อสัตว์และแบบมังสวิรัติ ส่วนใหญ่ภายในถาดอาหารจะประกอบด้วย แกงเผ็ด (บางทีก็เป็นดาล), ผัดผักใส่เครื่องเทศ, โยเกิร์ต, ผักหั่นเป็นชิ้น และขนมหวาน เป็นต้น นอกจากนี้บางครั้งก็อาจมีจาปาตี, นาน (Nan) หรือข้าวให้ด้วย (ขึ้นอยู่กับภูมิภาค)

 

ชัย (Chai) หรือชาแบบอินเดียที่ต้มกับนมและน้ำตาล ทั้งยังมีรสชาติเข้มข้นหอมกรุ่นด้วยกลิ่นอบเชยและขิง ปกติสามารถหากินได้ทั่วไปเหมือนร้านกาแฟเย็นบ้านเรา นอกจากนี้ด้วยความที่ชาวอินเดียไม่นิยมดื่มกาแฟ ร้านที่ขายส่วนใหญ่จึงมักจะเป็นกาแฟสำเร็จรูป

 

แหล่งชอปเด็ดๆ ของแต่ละเมือง

 

ถนนจันพาท (Janpath Road) ถนนสายชอปปิงของเดเลีนี้ประกอบด้วยร้านเล็กๆ ที่ขายของเหมือนกันเกือบหมด อาทิ ผ้าพันคอ, เสื้อผ้า, เครื่องประดับหิน, ของแต่งบ้าน ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดมาจากหลายพื้นที่ของอินเดีย โดยถนนเส้นนี้จะยาวไปจนสุดที่ตลาดทิเบต (Tibeten Market) เลยทีเดียว

 

ตลาดคินารีบาซาร์ (Kinari Bazaar) ตลาดคินารีบาซาร์แห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองอักรา เป็นตลาดที่ผู้หญิงชาวอินเดียนิยมมาเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าต่างๆ โดยเฉพาะส่าหรีมีขายเยอะมาก ส่วนกระเป๋าหนัง รองเท้าหนัง ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกขึ้นชื่อของเมืองอักราก็มีจำหน่ายด้วยเช่นกัน

 

ตลาดเมืองเก่าแห่งจัยปูร์ ศูนย์กลางการผลิตสินค้าหัตถกรรมของประเทศอินเดีย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า, ผ้าพิมพ์ลาย (ทั้งทำด้วยมือและเครื่องจักร) ทั้งยังเป็นแหล่งทำเครื่องประดับ, เจียระไนอัญมณี, ผลิตกระเบื้องดินเผาเคลือบ ฯลฯ

 

ตลาดซาดาร์บาซาร์ (Sadar Bazaar) ตลาดแห่งนี้มีเสน่ห์ไม่แพ้ตลาดในเมืองอื่นๆ ของรัฐราชสถาน เพราะมีสินค้าและของฝากให้เลือกซื้อแทบทุกประเภท อาทิ ผ้าส่าหรี, ผ้ามัดย้อม, ผ้าปัก, รองเท้าหนังอูฐและชา เป็นต้น

 




ข้อมูลนักเดินทาง

LO15.สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวลาว เที่ยว กิน ชอป ที่ไหนดี article
LO16.เตรียมตัวไปเที่ยวลาว แบบไม่ง้อทัวร์ ต้องรู้อะไรบ้าง article
HK14.เตรียมตัวไปเที่ยวฮ่องกง แบบไม่ง้อทัวร์ ต้องรู้อะไรบ้าง
HK13.แหล่งเที่ยวน่าสนใจในฮ่องกง article
SP01.เตรียมตัวไปเที่ยวสิงคโปร์ แบบไม่ง้อทัวร์ ต้องรู้อะไรบ้าง
SP02.สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาสิงคโปร์ เที่ยว กิน ชอป ที่ไหนดี
LD03.เตรียมตัวไปเที่ยวลอนดอน แบบไม่ง้อทัวร์ ต้องรู้อะไรบ้าง
LD04.สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาลอนดอน เที่ยว กิน ชอป ที่ไหนดี
JP12.สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวญี่ปุ่น (โตเกียว) เที่ยว กิน ชอป ที่ไหนดี article
JP11.เตรียมตัวไปเที่ยวญี่ปุ่น แบบไม่ง้อทัวร์ ต้องรู้อะไรบ้าง article
NZ10.เตรียมตัวไปเที่ยวนิวซีแลนด์ แบบไม่ง้อทัวร์ ต้องรู้อะไรบ้าง
NZ09.สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวนิวซีแลนด์ เที่ยว กิน ชอป ที่ไหนดี
GM18.เที่ยว กิน ชอป ที่ไหนดีในเยอรมนี
GM17.เตรียมตัวไปเที่ยวเยอรมนีแบบไม่ง้อทัวร์ ต้องรู้อะไรบ้าง
สถานที่สำหรับติดต่อขอ VISA ของประเทศต่างๆ ในไทย
KO08.สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวเกาหลี เที่ยว กิน ชอป ที่ไหนดี article
KO07.เตรียมตัวไปเที่ยวเกาหลี แบบไม่ง้อทัวร์ ต้องรู้อะไรบ้าง article
การเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ article
PR06.สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาปารีส เที่ยว กิน ชอป ที่ไหนดี article
PR05.เตรียมตัวไปเที่ยวปารีส แบบไม่ง้อทัวร์ ต้องรู้อะไรบ้าง article
MC04.เตรียมตัวไปเที่ยวมาเก๊า แบบไม่ง้อทัวร์ ต้องรู้อะไรบ้าง
MC03.สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมามาเก๊า เที่ยว กิน ชอป ที่ไหนดี
SW02.เตรียมตัวไปเที่ยวสวิส แบบไม่ง้อทัวร์ ต้องรู้อะไรบ้าง
SW01.สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาสวิส เที่ยว กิน ชอป ที่ไหนดี



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
พูดคุยและสอบถามรายละเอียดต่างๆ กับทีมงานได้ทาง www.facebook.com/tibbook.fan
สำนักพิมพ์ ทิบ ไทย อินเตอร์ บุ๊ค 299/201 หมู่ 4 หมู่บ้านวิสต้าปาร์ค วิภาวดี ถนนวิภาวดี-รังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 **ขอสงวนสิทธิ์รูปภาพและบทความภายในเว็บไซต์ ห้ามนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต **